สส.ปราจีนบุรี เรียกร้องรัฐมนตรีเกษตรแก้ไขวิกฤตผักตบชวา หลังปลาทับทิมตายหมู่ 4 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.35 น. มีรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรีเกี่ยวกับสภาวะวิกฤตการสะสมตัวของผักตบชวาตามแนวลำน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ปิดตายทางน้ำอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้ำไหลเวียนช้า ค่าออกซิเจนในน้ำลดลงต่ำกว่ามาตรฐาน จึงเกิดปรากฏการณ์ปลาทับทิมที่เลี้ยงในกระชังทะลักหนีตายเป็นจำนวนมาก
นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้นำประเด็นนี้ยกเข้าหารือเร่งด่วนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยวอนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาปราบปรามวัชพืชอย่างจริงจัง พร้อมจัดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังโดยด่วนที่สุด
นายอำนาจเปิดเผยว่าตนไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์นี้ และได้นำเรื่องเข้าสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไข โดยเขาแสดงภาพถ่ายทางอากาศให้เห็นสภาพจริงของแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยผักตบชวาที่จับตัวเป็นแพหนาทอดยาวหลายสิบกิโลเมตร ตั้งแต่เขตเมืองปราจีนบุรีจนถึงอำเภอบ้านสร้าง
พื้นที่ได้รับความเสียหายรุนแรงตั้งอยู่ในอำเภอบ้านสร้าง ประกอบด้วยตำบลบางพลวง (หมู่ 3, 4, 5) และตำบลบางกระเบา (หมู่ 1, 3, 6) โดยมีเกษตรกรเดือดร้อนทั้งสิ้น 109 ราย พื้นที่กระชังปลาที่เสียหายรวมกว่า 2,895 ตารางเมตร และมูลค่าความเสียหายสะสมถึงประมาณ 3,942,000 บาท
นายอำนาจกล่าวว่า "พี่น้องชาวบ้านเดือดร้อนหนักมาก โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังตามริมแม่น้ำ ปลากำลังลอยตายเกลื่อนเต็มไปหมด เนื่องจากออกซิเจนในน้ำมีปริมาณต่ำกว่ามาตรฐานมาก วัดค่าดีโอ (DO) ได้เพียง 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตรเท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่วิกฤตและสัตว์น้ำไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เลย"
นายอำนาจกล่าวต่อว่า เป็นปัญหาซ้ำซากที่เขาได้นำเข้าหารือในสภาฯ เกือบทุกปี เนื่องจากกระทบต่อคุณภาพน้ำดิบในการผลิตประปา กีดขวางทางระบายน้ำจนทำให้เกิดน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร เขาขอให้ส่งปัญหานี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแก้ไขอย่างยั่งยืน โดยยึดตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า "น้ำคือชีวิต"
ด้านการแก้ไขปัญหา นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ด่วนและสั่งการให้อำเภอบ้านสร้างรวบรวมรายงาน เพื่อประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเร่งนำงบประมาณมาเยียวยาเกษตรกรอย่างด่วนแล้ว
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ได้ร่วมมือกับทหาร อบจ. และ อปท. เปิดยุทธการ "เปิดทางน้ำ 69" โดยระดมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเข้าจัดการ ใช้โดรนการเกษตรบินฉีดพ่นสารชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเร่งการย่อยสลาย ส่งเรือตัดสับวัชพืชและรถแบคโฮลงไปย่อยและตักผักตบชวา พร้อมระดมกำลังพลตักซากปลาไปฝังกลบป้องกันน้ำเน่าเสีย
เจ้าหน้าที่ระบุว่าผักตบชวาเหล่านี้ไหลทะลักมาจากจังหวัดนครนายก ตั้งแต่ช่วงกลางเมษายน ประกอบกับสภาวะน้ำขึ้น-น้ำลงวันละ 2 รอบ ทำให้ผักตบชวาลอยวนเวียนอยู่บริเวณอำเภอบ้านสร้างไม่ไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง จึงกลายเป็นแพปิดตายทางน้ำ
เป้าหมายปัจจุบันคือเร่งกำจัดกลุ่มผักตบชวาหนาแน่นสะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รองรับน้ำเหนือหลากที่จะมาในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม คาดว่าหากเปิดทางน้ำไหลได้สะดวกขึ้น ค่าออกซิเจนในน้ำจะค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
เปรียบเทียบตัวเลือก


