วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569

สำนักเลขาธิการสภา ชี้แจงรายละเอียดสิทธิประโยชน์กองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา

21 พฤษภาคม 2569
สำนักเลขาธิการสภา ชี้แจงรายละเอียดสิทธิประโยชน์กองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา
สำนักเลขาธิการสภา ชี้แจงรายละเอียดสิทธิประโยชน์กองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา

สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของกองทุนสำหรับอดีตสมาชิกรัฐสภา หลังจากที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบางรายการมีจำนวนเงินสูงเกินไป

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่เป็นโฆษกสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้แถลงการณ์เพื่อตอบกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อจากพรรคไทยภักดี ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของกองทุนนี้

สำนักเลขาธิการสภาฯ ระบุว่าเพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์และเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน จึงขอเพิ่มเติมข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่างๆ

ประเด็นค่าตรวจสุขภาพ

เกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะการตรวจสุขภาพประจำปีในวงเงินไม่เกิน 130,000 บาทต่อปี นายณัฏฐกฤษฎ์ อธิบายว่า ระเบียบคณะกรรมการกองทุน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2567 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมคำนิยาม "การรักษาพยาบาล" ให้หมายถึงการตรวจสุขภาพประจำปีในเชิงป้องกัน

คณะกรรมการกองทุนเห็นว่าการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันสามารถช่วยประหยัดงบประมาณรายจ่ายได้มากกว่าการจ่ายเงินเพื่อการรักษาพยาบาล โดยการตรวจสุขภาพประจำปีนี้ทำได้เพียงครั้งเดียวต่อปี และเป็นวงเงินรวมทั้งหมด

ประเด็นค่าเรียนโรงเรียนนานาชาติ

ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือสำหรับบุตรที่เรียนโรงเรียนนานาชาติ นายณัฏฐกฤษฎ์ชี้แจงว่า ตามข้อ 45 ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดหลักเกณฑ์ดังนี้

ผู้ยื่นขอสามารถรับเงินช่วยเหลือสำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายได้สูงสุด 2 คน โดยต้องศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับปริญญาตรี และอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ หากบิดามารดาเป็นสมาชิกรัฐสภาทั้งสองฝ่าย ให้เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นที่ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ

การจ่ายเงินช่วยเหลือจะเบิกจ่ายตามประเภทของโรงเรียนและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด ตามหนังสือกรมบัญชีกลางด่วนที่สุดที่ กค 0422.3/ว257 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2559

โรงเรียนนานาชาติจะต้องพิจารณาว่าเป็นสถานศึกษาเอกชนที่รับเงินอุดหนุนหรือไม่รับเงินอุดหนุน และศึกษาอยู่ระดับชั้นใด เพื่อกำหนดอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษา ตั้งแต่ 13,200 บาท ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปีการศึกษา

นายณัฏฐกฤษฎ์ย้ำว่าอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือนี้เป็นอัตราที่เหมาะสมและเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการที่แก้ไขล่าสุด ซึ่งเป็นการให้สิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง

เปรียบเทียบตัวเลือก