หน่วยป้องกันสาธารณภัยสั่งจังหวัดเตรียมรับมือน้ำท่วมและพายุไซโคลน

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิดเผยข้อมูลจากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2569
ตามข้อมูลพยากรณ์ อุณหภูมิจะลดลงและปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมีความเสี่ยงที่พายุไซโคลนจะเกิดตัวในทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอลแล้วเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเข้าสู่ด้านตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยตลอดช่วงฤดูฝน ปี 2569
การเตรียมความพร้อม
นายธีรพัฒน์ อธิบายว่าการเตรียมความพร้อมครอบคลุมการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่สาธารณภัยในช่วงฤดูฝน เพื่อนำมาใช้ในการสนับสนุนการแจ้งเตือนประชาชนของผู้บัญชาการในแต่ละระดับ
นอกจากนี้ ทุกจังหวัดต้องทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุ ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรสาธารณภัย รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงของสถานที่กักเก็บน้ำและสิ่งกั้นน้ำ หากพบว่าไม่ปลอดภัยให้เร่งปรับปรุงให้มีความแข็งแรง
ส่วนการสร้างการรับรู้ให้ประชาชน ปภ. จะประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ และอาศัยกลไกท้องถิ่นในการแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ แนวทางการเตรียมความพร้อม และวิธีการปฏิบัติตัวให้ปลอดภัย
การเผชิญเหตุ
เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย หรือดินถล่ม ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในระดับจังหวัดและอำเภอ พร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นศูนย์ควบคุมและสั่งการ
ในกรณีที่มีฝนตกหนักหรือฝนตกกระหน่ำ หากประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วม ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย อพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย และจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวพร้อมจัดสรรสิ่งของจำเป็นเบื้องต้น
ในกรณีที่มีคลื่นลมแรงหรือคลื่นสูง ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกลาดตระเวนการเดินเรือและแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดชุดปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นลำดับแรก
การระบายน้ำและการบูรณาการ
สำหรับการระบายน้ำออกจากพื้นที่ ต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและสภาพภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ หากบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ให้บูรณาการหน่วยงานต่างๆ อาทิ หน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สถาบันการศึกษา และประชาชนจิตอาสา เพื่อเร่งซ่อมแซมบ้านเรือน
หากเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายหรือถูกน้ำท่วม ให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร แนะนำเส้นทางเลี่ยง และจัดยานพาหนะที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมเร่งซ่อมแซมเส้นทางให้กลับมาใช้ได้ตามปกติ
การติดตามและรายงาน
ปภ. ให้ความสำคัญกับการติดตามคาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในแม่น้ำ ลำน้ำ และแหล่งเก็บน้ำต่างๆ แล้วแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน และดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและทั่วถึง พร้อมรายงานสถานการณ์ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่อง
การเตรียมการของ ปภ.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1-18 ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมบุคลากรและเครื่องจักรสาธารณภัยเพื่อรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยปฏิบัติงานเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
เครื่องมือที่จัดเตรียมไว้ได้แก่ รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถประกอบอาหาร เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ และเครื่องสูบน้ำ เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง
ขอความร่วมมือประชาชน
ปภ. ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลอง และปริมาณน้ำฝน เมื่อเกิดสาธารณภัยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด
ประชาชนสามารถติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน "THAI DISASTER ALERT" และสามารถแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" (Line ID @1784DDPM) หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
เปรียบเทียบตัวเลือก


