วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569

สมาคมเหล็กไทยเรียกร้องยกเลิกโรงงาน IF ภายใน 3 ปี หนุนมาตรฐานผลิตภัณฑ์

21 พฤษภาคม 2569
สมาคมเหล็กไทยเรียกร้องยกเลิกโรงงาน IF ภายใน 3 ปี หนุนมาตรฐานผลิตภัณฑ์
สมาคมเหล็กไทยเรียกร้องยกเลิกโรงงาน IF ภายใน 3 ปี หนุนมาตรฐานผลิตภัณฑ์

สมาคมผู้ประกอบการเหล็กไทยจำนวน 10 แห่ง ร่วมกับนายนาวา จันทนสุรคน ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เข้าพบผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมเหล็ก

การประชุมครั้งนี้นับเป็นการติดตามสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเหล็กทั้งภายในและต่างประเทศ ตรวจสอบความคืบหน้าของมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็ก และการตรวจสอบสินค้าเหล็กในตลาด สมาคมทั้ง 10 แห่งเป็นตัวแทนของบริษัทผลิตเหล็กกว่า 500 บริษัทในประเทศไทย

กระทรวงอุตสาหกรรมและสมอ. ได้รับการชื่นชมจากภาคอุตสาหกรรมสำหรับการบังคับใช้มาตรฐานและการปราบปรามโรงงานเหล็กที่ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานและสร้างมลพิษ นายนาวา กล่าวว่า "สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่เพียงแค่ออกใบอนุญาต แต่ยังปกป้องประชาชนและอุตสาหกรรมไทย โดยมาตรฐานและกฎหมายต้องมีศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถต่อรองได้"

สถานการณ์ตลาดเหล็กไทยและความท้าทาย

ในปี 2568 ประเทศไทยใช้เหล็กทั้งสิ้น 18.5 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 35% ที่ปริมาณผลิต 8.1 ล้านตัน ขณะที่นำเข้าเหล็กถึง 12 ล้านตัน คาดว่าปี 2569 นี้ความต้องการเหล็กจะถดถอยตามภาวะเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญกับปัญหาสำคัญสองประการ ประการแรก สินค้าเหล็กราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนซึ่งส่งออกเหล็ก 119 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลกใช้มาตรการต่างๆ เช่น มาตรการต้อต้านการทุ่มตลาด มาตรการปกป้องการนำเข้า และมาตรการอื่นๆ อย่างเข้มงวด เหล็กที่ไม่สามารถทุ่มตลาดไปที่อื่นได้จึงไหลเข้ามาประเทศไทยอย่างหนัก แม้ว่าไทยมีมาตรการป้องกันบ้าง แต่ก็ยังมีช่องโหว่ให้ผู้นำเข้าหลบเลี่ยง

ประเทศไทยจึงกลายเป็นสนามรบของอุตสาหกรรมเหล็ก เนื่องจากความต้องการลดลงพร้อมกับความกดดันจากเหล็กราคาถูก

ปัญหาโรงงาน IF และการเสนอแนวทาง

ประเด็นที่สองคือการไหลเข้าของโรงงานเหล็กใช้เตา Induction Furnace (IF) ที่จีนได้สั่งปิดแล้ว เนื่องจากจีนมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กด้วยเทคโนโลยีสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เตา IF ใช้เทคโนโลยีล้าสมัยไม่สามารถขจัดสารมลทินออกจากน้ำเหล็กได้ดี และก่อให้เกิดมลพิษอากาศและฝุ่นควันในระดับสูง เครื่องจักรเก่าจากจีนไหลเข้ามาไทยทำให้สินค้าเหล็กมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อผู้บริโภคและทำลายการแข่งขันธรรมชาติของผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีสูงกว่า

สมาคมเหล็กทั้ง 10 แห่งจึงเสนอให้สมอ. บังคับใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อควบคุมการผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF ให้เข้มงวด โรงงาน IF ต้องเพิ่มขั้นตอนปรุงแต่งน้ำเหล็กด้วย Ladle Furnace เพื่อให้คุณภาพสม่ำเสมอและปกป้องความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ สมาคมเหล็กยังเรียกร้องให้ประเทศไทยยกเลิกการให้มีโรงงานเหล็กที่ใช้เตา IF โดยกำหนดระยะเวลา 3 ปี ให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่เพียงพอ เมื่อเทียบกับจีนที่ให้เวลาเพียง 6 เดือน

การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ

สมาคมเหล็กยังชื่นชมกรมศุลกากรสำหรับการเข้มงวดตรวจจับการนำเข้าเหล็กผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการสำแดงพิกัดเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีและอากรตอบโต้การทุ่มตลาด ซึ่งเป็นการอุดรูรั่วและนำรายได้คืนสู่ประเทศชาติ

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนี้ ภาครัฐต้องกล้าเลือกข้างระหว่างผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายกับผู้ที่หลบเลี่ยงและทำลายระบบ เพื่อไม่ให้ทุนเทาบิดเบือนประเทศไทย

เปรียบเทียบตัวเลือก