มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสำนักงาน กปร. ร่วมเปิดหลักสูตรพพร. 13 เพื่อสร้างผู้นำขับเคลื่อนการพัฒนาแบบยั่งยืน

สำนักงาน กปร. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดหลักสูตรพระราชดำริรุ่นที่ 13 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมหนุมาน 1 สำนักงาน กปร. โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้าง "ตัวคูณ" หรือกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ความยั่งยืน
นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. ทำหน้าที่เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ ขณะที่ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและกิจกรรมพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในพิธีดังกล่าว
หลักสูตรนี้รับผู้เข้าศึกษา 60 คนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน รวมทั้งสิ้น 41 หน่วยงาน ผู้เข้าศึกษาเป็นนักบริหารระดับกลางที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ โดยครอบคลุมทั้งหน่วยงานนโยบายระดับชาติและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่
หลักสูตรพพร. ถือเป็นหลักสูตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติสำหรับนักบริหารจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะแบบอย่างการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับผู้นำองค์กรในการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์
หลักสูตรนี้ตอบสนองต่อแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน กปร. ระยะ 4 ปี (2567-2570) เพื่อสร้างเอกลักษณ์และสมรรถนะของบุคลากร กปร. ในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง
สำนักงาน กปร. ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ผศ.ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มสมบุญชัย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สิน และหัวหน้าโครงการจัดฝึกอบรม ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตร เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักสูตรมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้เชิงวิชาการเข้ากับการฝึกปฏิบัติจริงในพื้นที่โครงการพระราชดำริทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าศึกษาสามารถนำไปขยายผล ถ่ายทอด และขับเคลื่อนชุมชนและประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สอดรับกับแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะภาคีเครือข่ายวิชาการและ "ศาสตร์แห่งแผ่นดิน" พร้อมให้การสนับสนุนด้านคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ กระบวนการเรียนรู้ และพื้นที่ศึกษาดูงาน เพื่อให้ผู้เข้าศึกษาทุกท่านสามารถนำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์และสุขแก่ประชาชนต่อไป
เปรียบเทียบตัวเลือก


