วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569

พยาน 4 คนเปิดเผยรายละเอียดวงจรฮั้วการเลือกสว. ตั้งแต่การนัดหมายจนถึงการแจกเงินและสินค้า

12 กรกฎาคม 2569
พยาน 4 คนเปิดเผยรายละเอียดวงจรฮั้วการเลือกสว. ตั้งแต่การนัดหมายจนถึงการแจกเงินและสินค้า
พยาน 4 คนเปิดเผยรายละเอียดวงจรฮั้วการเลือกสว. ตั้งแต่การนัดหมายจนถึงการแจกเงินและสินค้า

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ได้จัดงานเสวนาวิเคราะห์การเลือกสว. เพื่อสรุปปัญหาต่างๆ ที่ยังค้างคาในระบบการเลือกสว. ครบรอบ 2 ปี

ในการจัดงานนี้ ได้นำพยาน 4 คนจากจังหวัดต่างๆ ได้แก่ มหาสารคาม นครพนม หนองบัวลำภู และนครศรีธรรมราช มาแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ อาทิ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน

นายพริษฐ์ ในการเปิดงาน ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดทำโพยหมายเลขสว. โดยจำลองเหตุการณ์ผ่านการแจกกระดาษโพยให้ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการทำงานของโพยและการไขว้เลือกระหว่างกลุ่มต่างๆ นายพริษฐ์ยังกล่าวว่าคดีนี้มีความสำคัญต่ออนาคตระบบการเมืองไทย เนื่องจากหากข้อกล่าวหาเป็นจริง กลุ่มบุคคลที่เข้าสู่อำนาจรัฐจะมีแนวโน้มที่จะใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบ อีกทั้ง การฮั้วสว.เป็นช่องทางสำคัญในการพยายามสร้างระบบการเมืองที่สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบได้

พยานคนแรกเล่าว่า มีการจองโรงแรมในจังหวัดปทุมธานี เพื่อให้หาคนมาพักและได้รับการเตรียมห้องพักและอาหาร โดยอ้างว่ามี สส.พรรคการเมืองดังคนหนึ่งสั่งให้หารายชื่อมากที่สุดเท่าที่ได้ พร้อมจัดสรรค่าสมนาคุณให้และดูแลค่าเดินทาง รายละเอียดต่างๆ ทั้งหมดตรงกับโพยที่นัดหมายกันไว้ โดยในวันเลือกจริง ตัวเลขทั้งหมดตรงกันหมดไม่มีการเปลี่ยนแปลง

พยานคนแรกเพิ่มเติมว่า บุคคลที่นัดหมายยังได้พูดถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยมีพรรคการเมืองกลุ่มรุ่นใหม่เสนอให้ร่วมมือและทำให้พรรคเหล่านั้นเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล พร้อมขอให้ดึงบุคคลจากบ้านใหญ่มาสมัครเข้าพรรค และต้องควบคุมองค์กรอิสระให้ได้

พยานคนที่สองกล่าวว่า ผู้นัดหมายได้บอกค่าสมัครให้ โดยพยานเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่ผ่านการคัดเลือกระดับจังหวัด พยานตัดสินใจลงสมัครเพื่อมุ่งหวังผลักดันเรื่องการท่องเที่ยว แม้ว่าพยานตระหนักว่ามีกลุ่มพยายามฮั้วการเลือก แต่พยานไม่เข้าร่วม อย่างไรก็ตาม พยานกลายเป็นเป้าหมายเพราะมีคะแนนสูงสุดในกลุ่ม โดยมี สว.คนปัจจุบันพยายามดึงเข้าไปในกลุ่ม หลังจากนั้นพยานถูกนัดหมายไปยังโรงแรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พยานไปถึงและเจอคณะพรรคการเมืองดังและกลุ่มผู้จัดงาน แต่พยานตัดสินใจเดินทางกลับก่อน จนกระทั่งมีคนโทรติดตามให้กลับไป แต่เมื่อกลับไปแล้วไม่พบคณะแล้ว เพราะเป็นช่วงท้ายของการประชุม

พยานคนที่สามและสี่เล่าว่า ได้รับเงินแลกกับการหารายชื่อเข้าร่วมจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยนัดหมายกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง และผู้นัดหมายยังเสนอว่าเมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นจะจ่ายเงินเพิ่มเติมอีก 500,000 บาท

พยานคนสุดท้ายยืนยันว่า ได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับกลุ่มสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียบร้อยแล้ว สาระสำคัญคือการรวมตัวกลุ่มให้ได้มากที่สุด ซึ่งมีการนัดหมายและจัดเตรียมห้องที่โรงแรม พร้อมอธิบายกระบวนการ และเปิดหลักฐานธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 20 ใบที่ได้รับ พยานยังกล่าวถึงญาติของรัฐมนตรีคนหนึ่งว่าเป็นผู้เข้ามานัดแนะกระบวนการทั้งหมด และยังแสดงเสื้อที่ได้รับแจกมา

นอกจากนี้ พยานคนสุดท้ายยังเผยว่า ก่อนเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอ เคยมีบุคคลของพรรคการเมืองดังโทรมาขอให้หยุดออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวงจรฮั้วสว. แลกกับเงินจำนวนหลักล้านบาท

เปรียบเทียบตัวเลือก