วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569

กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังเพิ่มมาตรการปราบปรามสินค้าปลอม ปลุกเยาวชนตระหนักคุณค่าทรัพย์สินทางปัญญา

12 กรกฎาคม 2569
กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังเพิ่มมาตรการปราบปรามสินค้าปลอม ปลุกเยาวชนตระหนักคุณค่าทรัพย์สินทางปัญญา
กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังเพิ่มมาตรการปราบปรามสินค้าปลอม ปลุกเยาวชนตระหนักคุณค่าทรัพย์สินทางปัญญา

กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือหลายภาคส่วนเพิ่มประสิทธิการดำเนินการต่อสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในตลาดจริงและโลกออนไลน์ พร้อมปลุกจิตสำนึกประชาชนและเยาวชนให้ห้ามซื้อ ห้ามใช้ และไม่สนับสนุนการละเมิดสิทธิ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่เป็นประธานในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการยอมรับสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ณ พารากอน ฮอลล์ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ Walking Street สยามสแควร์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ สถานีตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน เจ้าของสิทธิ สถานทูต และหน่วยงานต่างประเทศเข้าร่วม

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการเคารพสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทั้งในร้านค้าและเวทีดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

นางศุภจี ชี้ให้เห็นว่าการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค พร้อมทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศอ่อนลง นอกจากนี้ ประเทศคู่ค้าสำคัญเช่นสหรัฐอเมริกายังนำเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามาพิจารณาสถานะของไทย ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และบรรยากาศการค้นการลงทุนของประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขับเคลื่อนการสร้างระบบคุ้มครองที่เข้มแข็ง ควบคู่กับส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทย รวมทั้งพัฒนากลไกความร่วมมือกับหน่วยงานในและต่างประเทศเพื่อยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าสากล และนำประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์

เพื่อเพิ่มมูลค่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และเจ้าของสิทธิ กรมทรัพย์สินทางปัญญาลงนามบันทึกความเข้าใจกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสืบสวน และการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมทั้งยกระดับการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ในเวลาเดียวกัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับมอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เจ้าของสิทธิรายใหม่ที่ยินดีเข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนำมาตรการ Notice and Takedown ไปใช้ระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนอินเทอร์เน็ต

เครือข่ายความร่วมมือปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 45 องค์กร ประกอบด้วยหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ 3 องค์กร ได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา 37 องค์กร และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ลาซาด้า ช้อปปี้ TikTok Shop Nex Gen Commerce และ LINE สะท้อนให้เห็นความร่วมมือที่มั่นคงระหว่างภาครัฐ เจ้าของสิทธิ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์

ในงานนี้ยังมีการจัดนิทรรศการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเคารพสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบและอันตรายของสินค้าปลอมต่อผู้บริโภค และการปกป้องสิทธิของผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการ พร้อมปลูกฝังค่านิยมการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย

รองนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวง ผู้แทนหน่วยงานรัฐ สถานทูต และเจ้าของสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมเดินรณรงค์จากลานหน้า Siam Square One ไปยัง Walking Street สยามสแควร์ เพื่อเชิญชวนประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนแสดงพลัง ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สร้างค่านิยมในการเคารพสิทธิ และตระหนักภัยอันตรายของสินค้าปลอม เพื่อตัดวงจรการผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดออกจากตลาด

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันและปราบปรามการละเมิด โดยมุ่งเน้นการจัดการแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย และผู้กระทำผิดรายใหญ่ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสกัดกั้นและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดอย่างรวดเร็ว

ในครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน) สามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ 456 คดี และตรวจยึดของกลาง 1,654,698 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 786 ล้านบาท

เปรียบเทียบตัวเลือก