กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนหนักในหลายภูมิภาค คลื่นลมแรงทะเลอันดามันและอ่าวไทย

สภาพอากาศเลวร้ายในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ถึง 18.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ระบุว่าประเทศไทยจะประสบสภาพอากาศเลวร้ายด้วยฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง
เขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก
ตามประกาศเตือนฉบับที่ 9 ของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2569 ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
รายละเอียดพยากรณ์อากาศตามภูมิภาค
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส สูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ 10-25 กม./ชม.
คำเตือนสำหรับการเดินเรือ
ในช่วงวันที่ 12-15 กรกฎาคม 2569 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ชาวเรือต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 15 กรกฎาคม 2569 ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตกต้องระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง
พายุบาหวี่ไม่เข้าไทย
พายุโซนร้อน "บาหวี่" (BAVI) ปกคลุมบริเวณมณฑลเจียงซู ประเทศจีน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับในระยะต่อไป พายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
คำแนะนำความปลอดภัย
เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ประชาชนควรวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ทั้ง 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ประกาศฉบับต่อไปจะออกในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 05.00 น.
เปรียบเทียบตัวเลือก


