วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569

วิกฤตน้ำเน่าคลองหนองแสงปราจีนบุรี: ปลาตายหมู่เมือง ออกซิเจนเป็นศูนย์

13 กรกฎาคม 2569
วิกฤตน้ำเน่าคลองหนองแสงปราจีนบุรี: ปลาตายหมู่เมือง ออกซิเจนเป็นศูนย์
วิกฤตน้ำเน่าคลองหนองแสงปราจีนบุรี: ปลาตายหมู่เมือง ออกซิเจนเป็นศูนย์

สถานการณ์ปลาตายจำนวนมากในคลองหนองแสง

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ได้มีการรายงานวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรงที่เกิดขึ้นในลำคลองหนองแสง หรือที่เรียกว่าชวดโพธิ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 3, 4, 5, 6 และ 7 ของตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

ชาวบ้านในพื้นที่ส่งเสียงร้องทุกข์ว่าน้ำในคลองเปลี่ยนสีเป็นสีดำ ปล่อยกลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นสารเคมีที่แสบจมูกอย่างรุนแรง นอกจากนี้ สัตว์น้ำและปลาจำนวนมหาศาลลอยขึ้นมาขาดใจตายเต็มตลิ่ง

ผลตรวจวิทยาศาสตร์ที่น่าเตือน

ผลการตรวจสอบจากห้องแล็บแสดงให้เห็นว่าระดับออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ลดลงเป็นศูนย์ สิ่งที่บ่งชี้ว่าสิ่งมีชีวิตไม่สามารถดำรงชีวิตในน้ำได้

การตอบสนองของเจ้าหน้าที่

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการให้นายอำเภอศรีมโหสถ นำทีมบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย มณฑลทหารบกที่ 12 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการทำความสะอาดและแก้ไขปัญหา

เจ้าหน้าที่ได้ลุยน้ำเก็บซากปลาเน่าจำนวนมหาศาลจากลำคลองและนำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล นอกจากนี้ยังระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อปั๊มน้ำเสียออกจากลำคลองและกักไว้ในพื้นที่ดินของเอกชนที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อรอการบำบัดทางวิทยาศาสตร์และป้องกันการไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำ

การสอบสวนสาเหตุ

นายชนาธิป โคกมณี ได้ประสานงานกับนายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต 1 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) และกรมควบคุมมลพิษ เข้าเก็บตัวอย่างน้ำเสีย ตรวจหาสารเคมี และโลหะหนักอย่างละเอียดในห้องแล็บวิทยาศาสตร์

การสอบสวนเบื้องต้นได้ตั้งเป้าไปที่สองปัญหาหลัก คือ

ปมแรก: กากส่าเหล้าที่ล้นทะลัก

มีรายงานว่าเกษตรกรบางรายขนกากส่าเหล้า หรือกากน้ำตาลมาทิ้งในพื้นที่การเกษตรเพื่อหวังปรับปรุงดินตามความเชื่อ ปริมาณขนมาถึง 30-40 คันรถปิกอัพ เมื่อพื้นที่ดูดกลืนไม่ไหว และเกิดน้ำฝนตกหนัก สารอินทรีย์เข้มข้นเหล่านี้ไหลบ่าลงคลองจนทำให้น้ำเน่าหมักหมม

ปมที่สอง: การลักลอบเทขยะพิษ

แม้ว่าการตรวจสอบพื้นที่รอบลำคลองหนองแสงและคลองชวดโพธิ์ไม่พบโรงงานแม่แต่แห่งเดียว แต่สภาพน้ำสีดำและกลิ่นสารเคมีที่แรงเกินธรรมชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีกลุ่มทุนใช้รถบรรทุกลักลอบขนขยะเคมีอันตรายจากนอกพื้นที่มาเทลงในคลอง เนื่องจากเป็นเส้นทางลับตาคน ไม่มีกล้องวงจรปิด และเป็นเส้นทางที่ลับๆ

การป้องกันและการลงโทษ

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่อบต. จัดทีมเวรยามตาตั้งขับรถลาดตระเวนและดักซุ่มตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นรถขนขยะอุตสาหกรรมไม่ให้แอบเข้ามาเทลงในคลองซ้ำ

นายชนาธิป โคกมณี ออกมาสั่งการเด็ดขาดว่าจังหวัดจะเร่งลุยแก้ไขปัญหาที่รากเหง้า เพื่อไม่ให้วิถีชีวิตของชาวบ้านพังพินาศเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออก หากผลตรวจแล็บชี้ชัดว่าสารพิษมาจากใครหรือโรงงานไหน เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม ลงโทษขั้นสูงสุดทั้งจำคุกและปรับเงินโดยไม่มีการหลีกเลี่ยง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังวอนขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมกับฝ่ายปกครองในการดักซุ่มลาดตระเวน เพื่อสกัดกั้นการขนขยะพิษ และช่วยกันปกป้องพื้นที่ให้ลูกหลานสืบไป

เปรียบเทียบตัวเลือก